[TMG] Re: Hidden Agenda,( by Nawanan)

Nawanan Theera-Ampornpunt nawanan.rama at gmail.com
Sun Aug 2 09:54:55 ICT 2009


1. จะได้รับกี่เมล์ขึ้นอยู่กับ personal settings ที่เรา set ไว้กับ TMG ที่
http://thai-l.net/mailman/listinfo/thai-l ครับ ของผม ผมตั้งไว้ว่าให้ได้รับอันเดียว
ระบบก็จะรู้และไม่ส่ง e-mail ของ TMG เข้ามาซ้ำครับ

2. ผมอ่านภาษาไทยใน e-mail ที่คุณหมอธนิต quote ผมไม่ได้ครับ
แต่ผมกลับไปค้นข้อความของตัวเองแล้ว ขอชี้แจงดังนี้ครับ

ข้อความวันที่ 22 ต.ค. 2551

"ผมเชื่อว่าคนคนนี้มี hidden agenda ส่วนตัวอยู่ครับ
แต่การแสดงออกจะพยายามบอกว่าตนสู้เพื่อประเทศและยินดีเสียสละชีวิตเพื่อประเทศ
ทั้งที่พฤติกรรมในการสร้างความขัดแย้งรุนแรงและเจตนากวนน้ำให้ขุ่นค่อนข้างขัดแย้งกับสิ่งที่พูด"

สังเกตครับ ว่าผมใช้คำว่า ผมเชื่อ ซึ่งก็เป็นความเห็น และเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ตามที่ผมคิดผมเห็น
อาจจะเรียกได้ว่าผมมองคุณสนธิในเชิงลบ (ซึ่งก็เป็นสิทธิที่ผมพึงมีครับ)
และถ้าผมมีความเห็นในเชิงลบ แล้วจะให้ผมเขียนเชิงบวก ก็คงจะไม่ใช่คนจริงใจ
ผมอาจเลือกที่จะไม่เขียนก็ได้ครับ แต่หากผมเลือกที่จะเขียน ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ครับ
และผมก็ไม่แน่ใจว่าใครจะมีสิทธิห้ามไม่ให้พูดวิจารณ์เชิงลบ
(โดยไม่ได้เป็นการวิจารณ์อย่างไม่สร้างสรรค์) ครับ
เพราะเท่ากับไม่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกัน (ยกเว้นเจ้าของ server
หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายครับที่มีสิทธิแน่นอน)

แน่นอนว่าการวิพากษ์วิจารณ์ย่อมต้องมีกรอบ คือกรอบแห่งกฎหมายครับ
ข้อความของผมนั้นไม่เข้าลักษณะหมิ่นประมาท และไม่ได้ขัดกับนโยบายของกลุ่ม ดังนั้น
ในความเห็นของผม จึงน่าจะอยู่ในกรอบแห่งกฎหมายครับ

ผมกลับไปอ่านดู ก็เห็นว่าที่ข้อความที่ผมเขียนตั้งแต่ต้น กับที่เขียนต่อๆ มา ก็ไม่ได้ขัดแย้งกัน
แล้วก็มีข้อความในลักษณะความเห็น วิพากษ์วิจารณ์ อย่างที่ผมเรียนชี้แจงมาแล้วทั้งนั้น

3. ข้อความภาษาอังกฤษที่ผมตอบ อ.สุพัตร์ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่อง hidden agenda ครับ
และผมก็ขำคำตอบของ อ.สุพัตร์อยู่ในใจเช่นกัน แต่คงเป็นคนละเหตุผลกระมังครับ
และก็เข้าใจได้ครับที่อาจจะมีคนไม่เข้าใจข้อความของผม เนื่องจากผมถกประเด็นปรัชญา
ซึ่งอาจจะซับซ้อนไปหน่อย เอาเป็นว่าไม่ขอพูดถึงอีกละกันครับ

4. สำหรับข้อความวันที่ 16 เมษายน 2552 ของผม ที่คุณหมอธนิตกล่าวว่าไม่มีคำว่า hidden
agenda นั้น ตัวหัวเรื่องของ e-mail คือ "Re [TMG] Hidden Agenda ?" ครับ
และในข้อความ ผมใช้คำว่า "วาระซ่อนเร้น" แทนคำว่า "hidden agenda" ในย่อหน้าที่หนึ่งครับ
ดังนั้น ผมตอบในประเด็นนี้แล้ว

นอกจากข้อความในเดือนเมษายน 2552 แล้ว คุณหมอลองกลับไปอ่านข้อความของผม วันที่ 24
ต.ค. 2551 สิครับ ผมอธิบายมุมมองของผมในเรื่อง hidden agenda ไปแล้ว
และอธิบายไว้แล้วว่าเป็นความเห็นจากมุมมองส่วนตัว ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผมอ้างว่ารู้
ผมจึงยกหลักฐานของ hidden agenda ขึ้นมาไม่ได้ครับ และทุกครั้ง ผมจะใช้คำว่า เชื่อ น่าจะ
ฯลฯ ที่แสดงถึงการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ใช่การกล่าวอ้างข้อเท็จจริงครับ

สรุปว่าผมยังเข้าใจว่าผมตอบเรื่องนี้เรียบร้อยสุดความสามารถแล้วครับ

5. ตั้งแต่วันที่ผมแสดงความเห็นเรื่องการเมืองเข้ามา ผมก็เดาไว้แล้วล่ะครับว่าคงจะมีวันนี้เกิดขึ้น
แม้ในใจจะยังหวังว่าผมจะ survive ได้ คงจะเป็นความผิดพลาดและ naive
ของผมเองที่เชื่อว่าเราจะคุยกันอย่างเข้าใจและสบายใจกว่านี้ แม้เห็นต่าง
แต่ก็แสดงความเห็นของตัวเองเข้ามาได้โดยบริสุทธิ์ใจ และเรียนรู้ไปด้วยกัน

จริงๆ แล้วผมคิดว่าเราไม่ควรจะหลบการพูดคุยเรื่องการเมือง หากทุกฝ่ายทำใจเป็นกลาง
รับฟังความเห็น และแสดงความเห็นของตัวเองออกไป จะเห็นเหมือนหรือเห็นต่างก็ตาม และก็
continue debate กันไปอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกต้อนในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
แต่หากบรรยากาศการสนทนาเรื่องการเมือง เป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้
ผมเกรงว่าคงจะไม่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (อย่างน้อยก็สำหรับผม) ครับ

สำหรับผมเองนั้น มีเวทีอื่นให้แสดงความเห็นอย่างสบายใจ อีกเยอะแยะ
และก็คงจะไม่เสียดายที่จะไม่ได้ร่วมวงสนทนาใน กมท. ครับ
คงจะขอตอบเคลียร์ประเด็นให้เรียบร้อย แล้วก็คงจะหุบปากจริงๆ แล้วล่ะ

บอกได้คำเดียวครับว่าเสียใจ

ขอให้ กมท. โชคดีครับ

นวนรรน



Thanit Hasadsri wrote:
> ก่อนอื่น ขอให้สังเกตุที่ Subject ของเมล์นี้ว่ามีคำว่า TMG กี่คำน่าจะมีคำเดียว 
> แล้วแต่ละคนก็ได้รับคนละเมล์ 
> ยกเว้นคุณหมอนรรณน่าจะได้รับ ๒ เมล์คือเมล์ที่ผ่าน TMG ที่มีคำว่า TMG ที่ Subject
> กับอีกเมล์ที่ผมส่งโดยตรงถึงหมอนรรณ ซึ่งไม่มีคำว่า TMG ที่ Subject
> ที่ผมขอให้สังเกตุ ก็เพราะบางเมล์ของผมที่ส่งเข้า TMG ก็ไม่ขึ้นที่ กมท
> ทำให้ผมต้องส่งซ้ำ ก็ไม่รู้ว่ามีใครได้รับซ้ำซ้อน จนรำคาญ ก็ขอโทษด้วย
>     ที่ต้องเขียนบอกกัน ก็เพราะเมล์จากหมอนรรณข้างล่างดูแล้ว
> ก็ส่งเข้า กมท และถึงผมโดยตรง แต่เมล์จาก กมท ไม่ถึงผม
> ผมได้รับเมล์เมล์เดียว ที่ส่งโดยตรงจากหมอนรรณ เท่านั้น
>     ส่วนเมล์อีกเมล์หนึ่งของคุณน้ำที่ผมจะตอบต่อไปหลังเมล์นี้
> คงจะส่งโดยตรงเข้า กมท อย่างเดียว
> ก็ถึงชาว กมท กัน โดยมีคำว่า TMG อยู่ที่ Subject แค่นั้น
>     จากการสังเกตุของผม ถ้าเป็นจริงกับหลายๆคน ใน กมท ก็แสดงว่า
> บางเมล์ที่มีชื่อคนรับคนอื่นปนกับ กมท กมท ก็จะไม่ส่งออกไปถึงชื่อคนนั้น
>    ตอนนีก็เข้าเรื่อง  Hidden Agenda ที่คุณหมอนรรณเขียน
> เพราะเป็นคนแรก ที่ใช้คำนี้ เป็นคนแรก ใน กมท และ ก็คงจะหมายถึง สนธิ พธม
> โดยเมื่อจากเมล์ 10-22-08 คุณหมอนรรณ เขียนว่า
> 
>>>> áµè¾ÄµÔ¡ÃÃÁ¢Í§á¡¹¹Ó¾Ñ¹¸ÁԵä¹¹Õéà»ç¹àÃ×èͧ·Õè¹èÒà»ç¹ËèǧÁÒ¡æ
>>>> ¼Áàª×èÍÇèÒ·Ø¡¤¹ÃÙé´ÕÇèÒ¼ÁËÁÒ¶֧ã¤Ã
>>>>
>>>> ¼Áàª×èÍÇèÒ¤¹¤¹¹ÕéÁÕ
>>>> hidden agenda ÊèǹµÑÇÍÂÙè¤ÃѺ
>>>> áµè¡ÒÃáÊ´§ÍÍ¡¨Ð¾ÂÒÂÒÁºÍ¡ÇèÒµ¹ÊÙéà¾×èÍ»ÃÐà·ÈáÅÐÂÔ¹´ÕàÊÕÂÊÅЪÕÇÔµà¾×èÍ»ÃÐà·È
>>>> ·Ñé§·Õè¾ÄµÔ¡ÃÃÁ㹡ÒÃÊÃéÒ§¤ÇÒÁ¢Ñ´áÂé§ÃعáçáÅÐਵ¹Ò¡Ç¹¹éÓãËé¢Øè¹¤è͹¢éÒ§¢Ñ´áÂ駡ѺÊÔè§·Õè¾Ù´
> ซีงการเขียนแบบนี้ ผมคิดว่าเขียนเป็นทางลบ ต่อ สนธิ
> ผมจึงได้เขียนเข้ามาถามว่า
> 
> On Thu, 23 Oct 2008, Thanit Hasadsri wrote:¤Ø³ËÁ͹ǹÃó ¤Ô´ÇèÒ Ê¹¸Ô ÁÕ  Hidden Agenda ÍÐäÃ
> áÅзÓäÁ¨Ö§¤Ô´àªè¹¹Ñé¹ ¤ÃѺ
> 
> 
> 
> Fri Oct 24 13:23:40ICT
> 2008Nawanan Theera-Ampornpuntnawanan.rama at gmail.com 
> ก็ตอบเมล์ของ อ.สุพักตร์ ในเมล์ ที่มี Subject: Hidden Agenda ดังนี้
> 
> ¢Í¶¡»ÃѪ­Ò˹èͤÃѺ
>  
> The thought that one is invincible makes that person the most vulnerable
> because of their false sense of security.
> Those who think they can't fall prey to something are more likely to
> fall prey to that thing.
> The perfection itself makes the perfectionist imperfect. (Trust me, I'm
> a perfectionist. I know that my tendency toward perfection is most of
> the time the problem.)
>  
> Be careful of your own ego and grandiosity krub...
>  
> ¢Íâ·É´éÇ·Õè¤ÃÒǹÕéãªéÀÒÉÒÍѧ¡ÄɤÃѺ ¡Ã³Õ¹ÕéÀÒÉÒÍѧ¡ÄÉÊ×èÍÊÒÃä´é´Õ¡ÇèÒàÂÍФÃѺ
> ************************************************************************************************
> ซึงก็จะเห๊นว่า ไม่มีคำว่า Hidden Agenda อยู่ด้วยเลย
> ผมก็ไม่รู้ว่าตอบอะไรกันแน่
> แล้วก็ขำอยู่ในใจ ที อ.สุพัตร์ ที่ชอบใช้ ภาษา อก ตอบ ในวันถัดมา ว่า
> Thank you for your Eng words.
> But I did not understand it.
> This may be other persons problems that receive my broken Eng too.
> That is why we need TH for TMG communication.
> 
> What I understand is only one word "ego"
> And I am sure my ego is open mind and was right prediction of Sonthi due 
> to common in experiance between him and me.
> 
> Regards,
> zxc555
> 
> ผมก็รอ จาก ตุลา จนถึง เมษา ก็ถามเข้ามาใหม่ คุณหมอนรรณ ก็ตอบว่า
> 
> อย่าลืมครับ ผมไม่ใช่เสื้อแดง (เช่นเดียวกับที่ผมไม่ใช่เสื้อเหลือง)
> และการที่ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องบางประการ และวิธีการของเสื้อเหลือง
> รวมทั้งตั้งคำถามเกี่ยวกับวาระซ่อนเร้นที่แกนนำบางคนอาจมีอยู่
> ไม่ได้หมายความว่าผมเห็นด้วยกับเสื้อแดง
> และจะว่าไปผมก็ไม่ชอบข้อเรียกร้องบางประการและวิธีการของเสื้อแดงมากพอๆ กัน
> รวมทั้งผมเองก็คิดว่าแกนนำหลายคนของเสื้อแดงก็มีวาระซ่อนเร้น (ที่อาจจะไม่ซ่อนเร้นนัก)
> อยู่เหมือนกัน ส่วนตัวผมคิดว่าเรามี bad apple ในทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง อยู่บางส่วน
> ซึ่งอาจจะเป็นส่วนน้อย แต่เป็นส่วนที่บ่อนทำลายชาติครับ และทำให้ข้อเรียกร้องของแต่ละฝ่าย
> (ซึ่งบางข้ออาจจะสมเหตุสมผลและสมควรพิจารณา)
> มีน้ำหนักน้อยลงเพราะความรุนแรงและอารมณ์ที่เกิดขึ้น
> 
> อย่างไรก็ดี ผมเองมีความจำเป็นจะต้อง focus ที่การเรียนของตัวเองก่อนในขณะนี้
> เพราะมีเวลาจำกัดมากที่จะเรียนให้จบแล้วกลับไปทำงานรับใช้รามาธิบดีครับ จึงยังไม่สามารถเขียน
> blog เรื่องนี้ได้ในที่นี้ แต่ผมคิดว่ามี blog ที่คนอื่นเขียนอยู่ไม่น้อยที่เจตนาจะสื่ออะไรเหมือนกับผม
> เช่น http://www.fringer.org/?p=427 ซึ่งผมเห็นด้วยกับข้อเขียนนี้เกือบทุกประการครับ
> 
> ก่อนจะวิจารณ์ที่เนื้อหา และมุมมอง ซึ่งแต่ละคนเห็นแตกต่างกันได้ (อย่างที่ผมเคยกล่าวไว้แล้ว
> ความเห็นที่แตกต่าง จะนำไปสู่การพัฒนาของสังคม
> เราต้องรู้จักแยกแยะความแตกต่างกับความแตกแยก สิทธิกับหน้าที่ ประชาธิปไตยกับอนาธิปไตย
> การชุมนุมโดยสงบกับการจลาจลที่มีความรุนแรงเข้ามาเป็นแรงกดดัน
> การปฏิบัติตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญให้ไว้กับการอ้างสิทธิอย่างไม่มีขอบเขตและละเมิดสิทธิคนอื่น
> รวมทั้งความเข้าใจว่า ends ไม่สามารถ justify means ได้
> เราอยากให้ประเทศเราเป็นอย่างไร (ปลายทาง = ends)
> เราก็ต้องปฏิบัติตามกรอบที่มีอยู่เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น อาจจะช้าหน่อย อาจจะต้องออกแรงหน่อย
> แต่จะใช้วิธีการที่ผิด (วิธีการ = means) เพื่อให้ได้มาซึ่งปลายทาง (ends) ที่เราต้องการไม่ได้
> 
> สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ต้องเลิกคิดเป็นขาวกับดำ เช่น แดงกับเหลือง มิตรกับศัตรู
> เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย เพราะยังมีคนอีกไม่น้อย ที่อาจจะเห็นด้วยกับเสื้อเหลืองบางส่วน
> และเห็นด้วยกับเสื้อแดงบางส่วน แต่ไม่เห็นด้วยกับทั้งสองสีในบางส่วน หรือไม่เห็นด้วยกับฝ่ายใดๆ
> เลย ฯลฯ เราต้องเลิกมองเป็นจุดยืน (position) ว่าเรายืนอยู่ตรงไหน แล้วคนอื่นยืนอยู่ตรงไหน
> ถ้ายืนใกล้เรา เป็นเพื่อนเรา ถ้ายืนห่างเรา เป็นศัตรูของเราเสียทีครับ
> เราต้องมองที่ผลประโยชน์ร่วมกัน (mutual interest) และความเหมือนกัน (common
> denominator) ในความแตกต่างและแตกแยกของเสื้อเหลืองและเสื้อแดง
> เรายังมีผลประโยชน์ร่วมกันอีกมากที่เราอาจจะไม่ได้หันไปมอง ตัวคูณร่วมน้อย (ครน. = least
> common denominator) ที่เรามีเหมือนกันทุกสี (และที่ไม่มีสี) คือ our beloved nation ครับ
> เราต้องเลิกชี้นิ้วชี้มาที่ตัวเอง (ตัวกู ของกู กูถูก มึงผิด) แล้วรู้จักหันนิ้วชี้ลงข้างล่าง
> คือแผ่นดินมาตุภูมิของพวกเรา แล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า
> เราจะทำอย่างไรเพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งแผ่นดินและความเจริญของชาติ
> เอาความอยู่รอดและความเจริญของประเทศชาติเป็นที่หนึ่ง และเห็นประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สองครับ
> พวกที่มีอารมณ์ร่วม จะเป็นฝ่ายไหนก็แล้วแต่ ไม่ได้เห็นประโยชน์ของชาติเป็นที่หนึ่งทั้งสิ้น
> เราต้องกำจัดอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้น จะเป็นโลภ (ในอำนาจ, ทรัพย์สิน, พวกพ้อง) โกรธ
> (ในการกระทำของผู้อื่น) หลง (เชื่อฟังผู้อื่นโดยไม่ได้วิเคราะห์ตามกาลามสูตร) ดีใจ ท้อใจ
> เศร้าใจ แล้วใช้ปัญญาเป็นตัวผลักดันการกระทำครับ
> 
> คงทิ้งไว้เท่านี้ก่อนครับ สิ่งที่ทุกคนทำได้ และผมขอให้ทุกคนทำเป็นการบ้าน คือ
> หมั่นทบทวนว่าความรู้สึกนึกคิดและการกระทำของท่าน เกิดจากอารมณ์เป็นตัวผลักดันเสียกี่ส่วน
> และเกิดจากปัญญากี่ส่วนครับ หากคนไทยส่วนใหญ่ทำได้เท่านี้ blog ของผมก็ไม่มีความจำเป็นครับ
> เราไม่จำเป็นต้องเสพข้อมูลมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่เราต้องเสพปัญญา (wisdom) ของเราเอง
> มากกว่าที่เป็นอยู่ และปฏิบัติให้เป็นนิสัยครับ
> 
> นวนรรน
> 
> *********************************************************
> ก็จะเห็นได้ว่า 
> 
> ไม่มีคำว่า Hidden Agenda อยู่ด้วยเลย
> ผมก็ไม่รู้ว่าตอบอะไรกันแน่ 
> ผมจึงถามหาเข้ามาใหม่ตอนนี้ คุณหมอในเมล์ข้างล่าง ว่า
> เป็นความเห็นส่วนตัว เป็น ความคิดเห็น(opinion)  
> คณหมอ คิด (คาดเดา ในฐานะคนนอก)ซึ่งคำเหล่านี้ คุณหมอ ไม่ได้เขียนบอก ในเมล์เกี่ยวกับเรื่อง Hidden Agenda นี้ มาก่่อนเลย
> ผมคิดว่า คราวหน้าอะไร ที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว บอกเหตุผลให้ใครรู้ไม่ได้ 
> แล้วยิ่งเขียนไปในทางลบ ก็อย่าเขียนเข้ามา ใน กมท ดีกว่า
> เพราะคนอย่างคุณหมอ ถ้าเขียนบอกว่า > "เชื่อ" ว่าสนธิมี hidden agenda <
> ก็น่าจะบอกกันได้ แล้วที่เขียนเข้ามา ทั้งไทยอังกฤษ บางทีก็ไม่รู้ว่า เขียนถึงอะไร ครับ
> 
> 
> 
> ----- Original Message ----
> From: Nawanan Theera-Ampornpunt <nawanan.rama at gmail.com>
> To: Thanit Hasadsri <aathanit at yahoo.com>
> Cc: Thai Mailing Group <thai-l at thai-l.net>
> Sent: Saturday, August 1, 2009 8:41:25 AM
> Subject: Re: Hidden Agenda,
> 
> ผมเข้าใจว่าเรื่อง hidden agenda จบไปแล้วครับ เพราะอันนั้นเป็นความเห็นส่วนตัว
> ซึ่งจะถูกหรือจะผิด คนที่รู้คือคุณสนธิครับ ผมไม่ได้บอกว่า สนธิ มี hidden agenda แต่ผมกล่าวว่า
> ผม "เชื่อ" ว่าสนธิมี hidden agenda ส่วนจะมีจริงหรือไม่ และเป็นอะไร ผมไม่ทราบ
> แต่ผมวิพากษ์วิจารณ์ไปตามที่ผมเห็น และถ้ากลับไปอ่านดู e-mail เก่าของผม
> ผมเขียนยกตัวอย่างไว้ครับว่า hidden agenda ที่เป็นไปได้ มีอะไรบ้าง ย้ำอีกครั้ง
> ผมไม่ได้บอกว่า สนธิ มี hidden agenda แน่ๆ และเป็น hidden agenda เรื่องใด
> เพราะนั่นเป็น factual statement ที่ผมไม่ทราบได้ แต่ที่ผมเขียน คือ ความคิดเห็น
> (opinion) ว่า ผมเห็นพฤติกรรมและวิธีคิดของคุณสนธิแล้ว ผมคิด (คาดเดา ในฐานะคนนอก)
> ว่าอย่างไรครับ ส่วนจะเป็นจริงหรือไม่ ไม่ทราบ และคงต้องรอให้ความจริงเปิดเผยตัวเองครับ
> 
> ส่วนเรื่อง all men are created equal จริงๆ เคยตั้งใจจะเขียนอธิบายยาวๆ แต่ก็ยุ่งๆ
> จนเวลาผ่านไป คิดว่าประเด็นสนทนามันจบไปแล้ว ก็เลยไม่ได้เขียนครับ
> คราวนี้เอาเป็นการสนทนาเชิงปรัชญาสั้นๆ ละกัน ว่า ที่ผมกล่าวนั้น หมายความว่า
> ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเกิดมาในชนชั้นไหน เพศใด เชื้อชาติ สัญชาติใด มีความเท่าเทียมกัน
> มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน นั่นคือ ไม่มีมนุษย์คนใดที่มีเชื้อสายโลหิต "พิเศษ" (หรือมี divine
> powers) โดยแท้ ความแตกต่างที่เกิดขึ้นในบรรดามนุษย์ เป็นความแตกต่างทางขวาง
> (horizontal differences) คือ แตกต่างกันก็จริง แต่ก็ไม่ได้มีใครเหนือใคร
> ซึ่งต่างจากความแตกต่างทางดิ่ง (vertical differences)
> ซึ่งความแตกต่างนี้เป็นตัวจำแนกว่ามนุษย์คนใดอยู่เหนือหรือต่ำกว่าใคร
> เพียงเพราะความแตกต่างทางสายเลือดครับ
> 
> ความแตกต่างทางดิ่ง ที่ผมไม่เชื่อ ก็อย่างเช่น แนวคิดเรื่องวรรณะของอินเดีย
> หรือความเชื่อบางอย่างทางศาสนา ที่ว่ามนุษย์บางคน (จะในอดีตหรือปัจจุบันก็แล้วแต่)
> มีเชื้อสายมาจากพระเจ้า (god) หรือ god-like figure
> 
> ทั้งนี้ ผมไม่ได้เจตนาดูหมิ่นคนที่มีความเชื่อแบบนี้ครับ และไม่ได้บอกว่าใครถูกใครผิด
> เพียงแต่เป็นความเชื่อทางปรัชญา (philosophical belief) ส่วนตัวเท่านั้นครับ
> 
> ในกรณีของวัฒนธรรมไทยเรา ผมไม่ได้เจตนาหมายความว่าสถาบันกษัตริย์ หรือสถาบันอื่นๆ
> ไม่สมควรได้รับการเคารพยกย่องจากคนในสังคมครับ เพราะผมเข้าใจในหลักการของ
> artificial divinity ซึ่งยกสถานะมนุษย์บางคนขึ้นมาเหนือมนุษย์คนอื่นโดยกลไกทางสังคม
> เพราะบทบาทที่บุคคลเหล่านี้มีขึ้นในสังคมครับ (ไม่ใช่เพราะสายเลือด)
> กรณีนี้เปรียบได้กับประธานาธิบดี ซึ่งก็ถือว่ามีสถานภาพเหนือมนุษย์คนอื่นเช่นกัน
> เพียงแต่กระบวนการได้มา แตกต่างกันเท่านั้น
> 
> ดังนั้น ความเชื่อของผมก็คือ มนุษย์ทุกคน โดยสายเลือด ไม่ได้ทำให้ใครเหนือใคร
> แต่บทบาททางสังคม (ก็คือหมวกที่พวกเราใส่) แตกต่างกัน
> ทำให้เรามีสถานภาพที่อาจแตกต่างกันทางดิ่งได้ แต่ไม่ใช่เพียงเพราะการมีสายเลือด "พิเศษ"
> (descended from a divine figure) ครับ ผมเลือกที่จะเชื่อว่าไม่มีสายเลือด "พิเศษ"
> ผมเลือกที่จะรัก เคารพ เทิดทูน และยกย่องสถาบันกษัตริย์
> เพราะสถานภาพและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ รวมทั้งความทุ่มเท
> และเสียสละอย่างใหญ่หลวงของพระองค์ท่าน
> แต่ไม่ใช่เพราะเหตุว่ากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งสืบเชื้อสายใดมาเป็นพิเศษครับ
> 
> ไม่รู้จะยิ่งทำให้งงหรือเปล่า ผมหวังว่าจะเข้าใจวิธีคิดบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ
> และก็หวังว่าคงไม่มีใครเข้าใจที่ผมคิดผิดไปว่าผมไม่รักหรือเทิดทูนสถาบัน
> 
> ไม่อยากจะให้บรรยากาศการสนทนาเปลี่ยนไปครับ ดังนั้น ผมหวังว่าที่ผมอธิบายมานี้
> จะสร้างความกระจ่างได้ระดับหนึ่ง และถ้าไม่จำเป็นก็จะพยายามหุบปากแล้วครับ
> ไปคุยเรื่องสร้างสรรค์ในกลุ่มอื่นดีกว่า...
> 
> 
> นวนรรน
> 
> 
> Thanit Hasadsri wrote:
>> ผมว่า เรื่องเก่าๆ ไม่ว่จะขัดแย้ง หรือ ไม่ขัดแย้ง นั้น พูดได้เสมอ
>> เพราะผมถือว่า คนเราพูดหรือเขียนอะไร ก็ต้องรับผิดชอบเอง
>> เหตุผลที่คุณหมออ้างประกอบนั้น ผมก็ว่ามันคนละเรื่องกัน
>> เพราะขนาดนักวิทยาศาสตร์เอง ในเรื่องราวบางอย่างยังถกเถียงกัน
>> ทีคุณหมอพูดๆถึงเรื่องหลักการต่างๆนั้น ฟังดูแล้วก็ดูดี
>> แต่ถ้าคิดดูให้ดี ก็เป็นเรื่องที่สมมุติกันขึ้นมา ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ จะต้องเป็นอย่างนั้น
>> พอถึงเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัย ก็เปลี่ยนกันก็มี
>> ดังนั้นการจะโต้เถียงกัน ก็ต้องยกตัวอย่างกันมาจริงว่า อะไรเป็นอะไร
>> ดังเช่น คุณหมอ หรือ คุณ น้ำ เขียนบอกว่า สนธิ มี Hidden Agenda 
>> ผมก็ถามเข้ามาว่า หมายความว่าอย่างไร ก็ยังไม่ได้รับคำตอบสักที
>> นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ผมถามเข้ามาอีก คุณหมอบอกว่ากำลังยุ่ง
>> เช่นเดียวกับที่คุณหมอบอกว่า เชื่อในทำนองที่ว่า All man is created equal
>> ผมก็ถามว่า หมายความว่าอย่างไร ก็ยังไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน 
>> สำหรับเรื่องของ พธม นั้น ตอนนี้ผมก็ดีใจ ที่ ปชป สอบสวนออกมาว่า
>> ในการที่ตำรวจรัฐบาลปราบพวกเขา ตอนสมชายจะประชุมสภา นั้น
>> ไม่มีชื่อ โกวิท อดีต อตร เป็นคนผิด เพราะตอนแรกมีคนว่าเขามีส่วนร่วมอยู่ด้วย
>> แต่ผมไม่คิดว่า โกวิท จะทำอย่างนั้น แต่ผมก็ไม่แน่ใจ
>> ตอนนี้เพื่อนผม ที่เป็น ๒ ใน ๕ ของ คมช เกษียณ กันหมดแล้ว
>> ปลายตุลานี้ ผมกลับเมืองไทย ก็คงได้คุยกันครับ
>>
>>
>>
>> ----- Original Message ----
>> From: Nawanan Theera-Ampornpunt <nawanan.rama at gmail.com>
>> To: Thai Mailing Group <thai-l at thai-l.net>
>> Sent: Saturday, August 1, 2009 6:59:33 AM
>> Subject: Re: [TMG] Re:  Fresno Asian
>>
>> ผมว่าเรื่องเก่าๆ ที่ขัดแย้งกัน ไม่ต้องฟื้นฝอยหาตะเข็บจะดีกว่าครับ
>>
>> สำหรับกรณีที่คุณหมอธนิตว่า ความคิดแตกต่างกันได้ จริงครับ แต่เฉพาะความคิดเห็น (opinion)
>> เท่านั้น แต่ข้อความที่เป็น statement of fact (เช่น คนกี่คน เป็นโรคอะไร) นั้น
>> ความจริงมีอย่างเดียวครับ และอาจจะเป็นสิ่งที่ prove ในชีวิตจริงไม่ได้
>> (เพราะจะเก็บข้อมูลของคนทั้งประเทศให้แน่ใจ 100% ก็คงเป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง)
>> ดังนั้น สิ่งที่เราใช้เป็นพื้นฐานของ statement นั้นๆ
>> จึงต้องอยู่บนพื้นฐานของหลักการทางวิทยาศาสตร์ (scientific principles) เช่น validity
>> & reliability โดยเฉพาะหากเป็น statement ที่แฝง absolute certainty ไว้
>> ซึ่งหากถกเถียงกันตามหลักวิชาการ ก็จะอยู่บนพื้นฐานของ evidence
>> มากกว่าแค่คาดเดาอย่างผิดหลักการ แล้วนำไปสู่การสรุปที่ไม่ถูกต้อง (incorrect solution)
>> ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็น statement
>> ที่มาจากคนที่มีพื้นฐานของการสืบเสาะค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ (scientific inquiry)
>> และอาจถือได้ว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ (scientist) ครับ
>>
>> นวนรรน
>>
>> Thanit Hasadsri wrote:
>>> ดีใจด้วยครับ ที่ลูกชายแต่งงานแล้ว
>>> ตกลงมีลูกชายคนเดียว ไม่มีลูกสาวใช่ไหม เพราะดูเหมือนจะไม่เคยพูดถึงลูกสาว
>>> แล้วลูกชายยังเป็นทหารอยู่ SD และแฟนที่เป็นม้งยังทำงานอยู่เฟรสโน หรือเปล่า
>>> มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เฟรสโน มีชาวม้งหลายหมื่นคนมากที่สุดในเมกา อยู่หลายปี
>>> ตอนปี 1983 ผมจะย้ายมาอยู่ คลฟน ก็คุยกับเพื่อนสนิทหมอไทยเรียนด้วยกันเขาอยู่ Illinois
>>> เขาก็จะย้ายไป คลฟน ตัวเขาเป็นหมอสูติ แฟนเป็นหมอทั่วไป
>>> เขาบอกว่า มีพยาบาลไทยผู้ชายรุ่นน้องกำลังฝึกเป็นแพทย์อยู่บอกว่า เฟรสโนมีคนม้งมาก
>>> ไม่มีหมอไทยเลย ค้นม้งต้องเดินทางไปอีกเมืองใกล้ๆเพื่อไปหาหมอไทยเป็นหมอทั่วไป
>>> ถ้าเพื่อนผมและแฟนไป รับรองคนไข้มาก
>>> แต่เพื่อนผมจะย้ายไป SD เพราะมีหมอไทยรุ่นพี่เป็นหมอเด็ก
>>> เพื่อนก็แนะนำให้ผมไปอยู่ เฟรสโน
>>> แต่ผมกับแฟน เลือกไปอยู๋เมืองเล็กๆชื่อ TAFT ใกล้ Bakersfield มีแต่ฝรั่ง และ ไม่มีหมอสูติ
>>> พอปี 95 Linda เข้า Berkeley ผมก็คิดจะย้าย จะได้รับส่งลินดาที่สถานีรถไฟได้สะดวก
>>> เพื่อนที่ย้ายจาก SDไปอยู่เฟรสโน เพราะคนม้งคลอดมาก
>>> ขนาดเขาเป็นหมอสูติผู้ชายทำไม่ไหวยุ่งมาก  แฟนผมเป็นหมอสูติหญิง รับรองว่า ทำไม่ไหว และที่
>>> Fresno ก็มีสถานีรถไฟ
>>> แต่ผมชอบเมืองเล็ก ย้ายอยู่ Visalia รับส่งลินดาที่สถานีรถไฟเมือง Hanford
>>> วันดา ก็เดินไป High School ในเมืองVisaliaได้ เมืองนี้ก็มีคนม้งมาก
>>> ผมก็มีคนทำงานเป็นผู้หญิงม้ง แล้วเขาก็เชิญไปงานแต่งงานน้องชายเขา
>>> ผมถ่าย วิดีโอ ไว้ อีกหน่อย ก็ให้สะไภ้ อธิบายให้ฟัง ดูได้ที่
>>>
>>> http://video.google.com/videoplay?docid=-1499294841447490633
>>>
>>> แปลกใจเหมือนกันที่คุณสันติ บอกว่า
>>> ตอนแต่ง*กำลังร้อ**นตอนนั้นการเมือ**นเขียนเข้าไปจะโดนถล่มก็เลย เฉยๆ
>>> *เพราะคิดว่าคุณสันติไม่กลัวใคร แล้วยิ่งที่ กมท นี่ เขียนกันได้ตามสบาย เพราะมีกันไม่กี่คน
>>> ผมว่าเรื่องการเขียนเรื่องเน็ทนี่ ไม่ต้องกลัวใคร ใครไม่ชอบก็เรื่องของแต่ละคน
>>> แบบ อ สุพัตร์ โดนว่ามาก แกก็เถียง ก็ตอบของแกไปเรื่อยๆ
>>> ผมก็ถือว่าคนเรามีความคิดแตกต่างกันได้
>>> แต่ถ้าจะพูดเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ก็ต้องแน่ใจว่าเป็นจริง จึงจะไปพูดว่าเขาได้
>>>  ที่มหาทรง ให้ไปดูวิดีโอสั้นๆที่สนธิ พูดถึงในหลวง
>>> แล้ว ให้สรุปว่า สนธิ หมิน ผมก็บอกไปว่า สั้นๆแค่นั้น สรุปอะไรไม่ได้
>>> แล้วมหา ก็ไปหาคำพูดสั้นของในหลวง แบบว่า ในหลวงบอกว่า ไม่ล่ม แล้วจะกู้ทำไม
>>> ผมก็ไปหาอ่านดู ฉบับเต็มๆ ก็ว่า ไม่ใช่
>>> เรื่องแบบนี้ ผมก็ถือว่า เป็นของธรรมดา คนเรายอ่มมีความคิดเห็นต่างกันได้
>>> มหาคงคิดว่าผมเป็นลูกน้องสนธิ แล้วก็เขียนแบบว่า ผมดูแต่ ASTV ซึ่งเป็นของฟรีอย่างเดียว
>>> ซึ่งไม่เป็นความจริง ผมก็เลยตอบไปว่า ถ้าเป็นจริง ก็ยังดีกว่าคนที่กินข้าวกินน้ำของฟรีจากชาวบ้าน
>>> มหาก็เลยขอลาออกจาก กมท ไป ครับ
> 
> 



More information about the Thai-l mailing list