[TMG] Re: Politics - Off Topic?

Boonnart Laisnitsarekul boonnart at yahoo.com
Wed Oct 8 15:13:53 ICT 2008


ถึง คุณหมอนวนรรน 
      ขอชื่นชมการแสดงความเห็น คุณหมอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เฮียรุ่งโรจน์คงดีใจ ที่คุณหมอมีความเป็น
ผู้ใหญ่ครับ

บุญนาท ลายสนิทเสรีกุล
Boonnart Laisnitsarekul, B.Ed.(Hons), M.Ed.
General Manager
Snit Panich OA and Thai Shun Fast-Tech Co., Ltd.,
Central Plaza Lardproa, Room B120,125
Bangkok, Thailand. Tel. 02-9372098


--- On Wed, 10/8/08, Nawanan Theera-Ampornpunt <nawanan.rama at gmail.com> wrote:

> From: Nawanan Theera-Ampornpunt <nawanan.rama at gmail.com>
> Subject: [TMG] Re: Politics - Off Topic?
> To: "Thai Mailing Group" <thai-l at thai-l.net>
> Date: Wednesday, October 8, 2008, 4:59 AM
> ต้องเรียนตามตรงว่าผมเองก็ลังเลเหมือนกันครับว่าส่วนตัวเห็นอย่างไร
> แต่หลังจากนั่งคิดนอนคิดอยู่หนึ่งวัน
> และก็ได้รับฟังความเห็นของทั้งที่ไม่อยากให้คุยการเมืองและที่คิดว่าไม่ควรจำกัดประเด็นประกอบการตัดสินใจ
> ก็ได้ข้อสรุปละครับ
> ความเห็นนี้เป็นความเห็นส่วนตัว
> และก็ต่อเนื่องกับ e-mail
> ฉบับยาวก่อนหน้านี้
> หากเสียงส่วนใหญ่เป็นอย่างไรผมยินดีปฏิบัติตามครับ
> 
> ส่วนตัวผมเข้าใจในความรู้สึกของคุณบุญนาทและสมาชิกหลายท่านที่รู้สึกลำบากใจกับการคุยเรื่องการเมือง
> ซึ่งมักจะนำมาซึ่งการแตกแยก
> และทุกเวทีที่มีการนำเรื่องการเมืองมาพูดคุย
> มักจะมีเรื่องร้อนแรงตามมาอยู่เสมอ
> ดังนั้น
> ทางหนึ่งที่ทำได้คือ
> ตั้งข้อตกลงที่ส่วนใหญ่ยอมรับขึ้นมาเพื่อปิดโอกาสการพูดคุยเรื่องที่จะสร้างปัญหาตามมาครับ
> 
> อย่างไรก็ตาม
> ผมมองว่าเรื่องการเมือง
> ไม่ควรจะถูกมองว่าเป็นเรื่อง
> off topic
> หรือเรื่องไกลตัวครับ
> (เพราะการมองเช่นนี้ทำให้นักการเมืองรู้สึกว่าเราไม่แคร์
> และจะทำอะไรก็ได้
> เกิด abuse of power ขึ้น)
> 
> ด้วยความเคารพ
> และไม่ได้มีเจตนาจะบอกว่าความเห็นดังกล่าวผิดนะครับ
> แต่ผมมองว่า
> วิธีการสร้างข้อตกลงเพื่อปิดโอกาสพูดคุยเรื่องการเมือง
> ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา
> แต่เป็นการหนีปัญหามากกว่าครับ
> เพราะคนเรา
> ย่อมมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน
> และทุกคนก็มี human
> nature
> ซึ่งมีทั้งดีและไม่ดีอยู่ในตัวด้วยกันทั้งสิ้น
> ถึงแม้จะปิดเรื่องการเมือง
> แต่ก็จะมีเรื่องอื่นที่เถียงกันได้อยู่ดีแหละครับ
> (และจริงๆ
> จะว่าไปแล้วตอนนี้เราก็ยังเถียงกันอยู่)
> เพราะเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะเห็นเหมือนกันหมด
> และพอเราเริ่มแสดงความเห็นของเราขึ้นมา
> ก็เกิดการถกเถียงขึ้น
> และหากท่านไม่รู้จัก
> set limit
> ก็จะเกิดปัญหาอย่างที่เกิดมาแล้วตามมา
> 
> สิ่งสำคัญที่จะป้องกันปัญหาดังกล่าว
> จึงไม่ใช่การสร้างกฎว่าอะไรคือเรื่องที่
> off topic
> แต่คือการที่ทุกท่านมีความรับผิดชอบร่วมกันที่จะทำให้ชุมชนของเราดีขึ้น
> ท่านต้องรู้จักแบ่งแยกความเห็นหรือความต้องการส่วนตัว
> กับเรื่องที่จะสร้างประโยชน์ให้
> กมท.
> ออกจากกันครับ
> คำว่าแบ่งแยกในที่นี้
> ไม่ได้หมายความว่าท่านไม่ควรแสดงความเห็นของตัวเองหากท่านไม่เห็นด้วยกับใคร
> และไม่ได้หมายความว่าท่านจะต้องทำเพื่อคนอื่นโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
> เพราะมนุษย์เราย่อมรักตัวเองเป็นธรรมดา
> เป็นไปไม่ได้ที่จะทำเพื่อคนอื่นโดยไม่เห็นแก่ตัวเอง
> แต่ทุกท่านต้องอย่าลืมครับว่า
> มนุษย์
> เป็นสัตว์สังคม
> และโดยปรัชญาของการเข้าสังคม
> ก็เพื่อทำในสิ่งที่คนคนเดียวทำไม่ได้
> (The whole is better than the sum of its
> parts) ดังนั้น
> เมื่อใดที่ท่านรู้สึกว่าการกระทำหรือความเห็นของท่าน
> เริ่มจะสร้างปัญหามากกว่าสร้างประโยชน์ให้กับสังคม
> ท่านควรจะระลึกและหยุดครับ
> 
> ตัวอย่างเช่น
> สมมุติว่าใน กมท.
> กำลังคุยเรื่องประเด็นอะไรอยู่
> (จะเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ก็ตาม)
> แล้วผมมีความเห็นแย้ง
> ผมก็มีสิทธิที่จะแย้ง
> และคนที่ไม่เห็นด้วยกับผม
> ก็มีสิทธิที่จะเถียงผมอีก
> เพราะการถกเถียง (make civil
> arguments) กันนี่แหละครับ
> จะเป็นตัวสร้างปัญญา
> ทั้งปัจเจกปัญญาและปัญญาของสังคมขึ้น
> ถ้าเราไม่มีอริสโตเติล
> ที่ไม่ยอมรับทฤษฎีโลกแบน
> และอาศัยเหตุผลและการอนุมานมาถกเถียง
> เราก็อาจจะเชื่อว่าโลกเราแบนมาจนถึงปัจจุบัน
> 
> นอกจากนี้
> หากสมาชิกท่านหนึ่ง
> เกิดต่อว่าผมขึ้นมา
> หรือเกิดกล่าวหาผม
> (อาจจะในเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องประเด็นที่กำลังเถียงกันอยู่ก็ได้)
> ก็เป็นสิทธิของผมที่จะป้องกันตนเอง
> (และนี่คือประโยชน์ส่วนตัวของผม
> ในการแก้ไขภาพลักษณ์ที่คนอื่นอาจมองผมผิด
> หรือที่อาจจะเป็นความจริงครึ่งเดียว)
> 
> ประเด็นที่ผมกล่าวถึงก่อนหน้าก็คือ
> เมื่อการป้องกันตัวเองของผม
> จะบานปลายกลายเป็นการแตกแยก
> (ไม่ใช่การแตกต่าง
> คนเราแตกต่างกันได้ครับ
> แต่ไม่ควรจะแตกแยก)
> แม้ว่าผมจะมีสิทธิที่จะป้องกันตนเอง
> แต่ผมก็มีหน้าที่ที่จะพิทักษ์ประโยชน์ของชุมชนนี้
> และหากประโยชน์ส่่วนตนของผมมันไปขัดกับความสงบสุข
> (ประโยชน์) ของสังคม
> ผมต้องหยุดครับ
> แม้ว่าผมอาจจะยังอยากจะแก้ต่างให้ตัวเองให้ดีกว่านี้
> ถ้ามันจะทำให้แตกแยก
> หรือบานปลาย
> หรือลุกเป็นไฟ
> ผมต้องหยุด
> นี่คือหน้าที่ของสมาชิกทุกท่านของสังคมครับ
> และนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะขอจากทุกท่าน
> ว่าให้ตระหนักอยู่เสมอว่าท่านกำลังทำอะไร
> เพื่อใคร
> (ตนหรือสังคม)
> และมันเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ
> และขอให้เอาประโยชน์ของสังคมเป็นที่หนึ่ง
> ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง
> ครับ
> 
> ทีนี้พอผมขออย่างนี้แล้ว
> บางท่านก็จะตอบว่า
> สมาชิกบางคนก็จะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนวันยังค่ำ
> และไม่ give a damn
> กับประโยชน์ของสังคม
> ทุกอย่างที่เขาพูด
> เป็นเรื่องของเขา
> เกี่ยวกับเขา
> เขาดี เขาเก่ง เขาถูก
> คนที่เห็นไม่ตรงกับเขาคือฝ่ายผิด
> ฝ่ายที่เห็นตรงกับเขา
> ถูกเสมอ
> ไม่ว่าอะไรก็ตาม
> เขาไม่ผิด ("I shall do no
> wrong.")
> หรือเขามีความชอบธรรมในการทำอะไรก็ได้ที่เขาโปรด
> (self-righteous)
> 
> แน่นอนครับ
> สังคมทุกสังคมย่อมมีคนเช่นนี้
> และดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในเรื่องบัวในตม
> เราอาจจะลองพยายามชี้แนะได้
> เผื่อว่าเขาอาจจะเป็นบัวใต้น้ำ
> ไม่ใช่ในตม
> แต่เมื่อเราชี้แนะ
> สะกิด ท้วงติง กระทุ้ง
> หรือตบศีรษะแล้ว
> เขายังไม่เปลี่ยนทัศนคติหรือพฤติกรรม
> ก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะทำอะไรอีกครับ
> ก็คงได้แค่เสียดายโอกาสสร้างสิ่งดีๆ
> ต่อสังคมเท่านั้นครับ
> 
> สำหรับท่านอื่นๆ
> สิ่งที่ท่านทำได้
> คือการ ignore
> สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
> และ focus
> ที่การสร้างประโยชน์เพิ่มขึ้นให้กับสังคม
> (เช่น
> ต้องช่วยกันเปลี่ยนเรื่อง
> หาเรื่องสบายๆ
> มาคุยกัน
> และไม่กลัวที่จะเตือนหรือสะกิดสมาชิกท่านอื่นหากเริ่มเกิดปัญหาขึ้น)
> ครับ
> หากท่านจะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนี้
> ท่านต้องยอมรับที่จะเชิดชูประโยชน์ของชุมชนนี้เหนือประโยชน์ส่วนตน
> (อย่างที่บอกข้างต้น
> ไม่ได้ห้ามหาประโยชน์ส่วนตน
> แต่ต้องตระหนักเมื่อประโยชน์ของชุมชนกับของท่านไปคนละทาง)
> และต้องเปิดใจให้กว้าง
> พร้อมรับฟังความเห็นที่แตกต่าง
> และต้องสังเกตว่าคนอื่นยังสนับสนุนการแสดงความเห็นของท่าน
> หรือเขาเริ่มแสดงความอึดอัดใจแล้วครับ
> 
> หลังจากที่ผมเปิดประเด็นถามคำถามเมื่อสัปดาห์ก่อน
> ว่า กมท.
> เกินเยียวยาหรือไม่
> สิ่งที่หลายท่านได้แสดงออกมาให้ผมเห็น
> ทำให้ผมได้ข้อสรุปว่า
> กมท.
> ยังไม่เกินเยียวยาครับ
> นี่คือบทพิสูจน์ว่าเมื่อสมาชิกหลายท่านแสดงความรู้สึกออกมา
> และพยายามแสดงความเห็นเพื่อขับเคลื่อนสังคมให้เป็นไปในทางที่ท่านต้องการ
> (มากกว่าที่จะอยู่เฉยๆ)
> สังคมจะดีขึ้นครับ
> แต่ทุกอย่างย่อมมีรุ่งเรืองและดับไป
> สิ่งที่ท่านทำได้
> คือยืดระยะเวลาที่ชุมชนแห่งนี้จะคงอยู่ได้ก่อนที่จะเสื่อมไปตามกาลเวลาครับ
> 
> หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมี
> intellectual arguments
> จะเป็นเรื่องการเมือง
> เรื่องวิชาการ
> หรือเรื่องสบายๆ
> ก็ตามครับ
> แต่ขอให้จำกัด egocentric arguments
> และควบคุม urge
> ของท่านครับ
> 
> ผมไม่เคยเขียนเมล์สั้นๆ
> สำเร็จเสียที
> ขออภัยที่ต้องอ่านยาวๆ
> และขอบคุณท่านที่อุตส่าห์ตั้งใจอ่านจนจบครับ
> :)
> 
> นวนรรน
> 
> 
> _______________________________________________
> Thai-l mailing list
> Thai-l at thai-l.net
> http://thai-l.net/mailman/listinfo/thai-l


      



More information about the Thai-l mailing list